IS ย่อมาจาก Independent Study เป็นวิชาสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะผ่านกระบวนการ 5 ขั้น ประกอบด้วย
การศึกษาและสร้างองค์ความรู้ (ขั้นที่ 1-2-3)
ขั้นที่ 1 การตั้งประเด็นคำถาม/สมมุติฐาน (Hypothesis Formulation) เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนฝึกสังเกตสิ่งรอบตัว ตั้งข้อสงสัย ตั้งคำถาม รวมทั้งการคาดคะเนคำตอบ ด้วยการสืบค้นความรู้จากแหล่งต่าง ๆ
ขั้นที่ 2 การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ (Searching for Information) เป็นการฝึกให้ผู้เรียนได้วางแผนและออกแบบการสืบค้นข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งการเรียนรู้ และนำมารวบรวมให้ได้มากที่สุด
ขั้นที่ 3 การสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formation) เป็นขั้นให้ผู้เรียนได้แปลผลข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์ สังเคราะห์และสรุปออกมาเป็นองค์ความรู้
การนำความรู้ที่ค้นคว้ามาสื่อสารและนำเสนอ (ขั้นที่ 4)
ขั้นที่ 4 การสื่อสารและนำเสนอความรู้ เป็นการนำความรู้ที่ผู้เรียนได้สืบค้นจนมีข้อสรุปมานำเสนอและถ่ายทอดผ่านการนำเสนอด้วยวิธีการที่เหมาะสม
การนำองค์ความรู้ที่ได้ไปสร้างประโยชน์และคุณค่าแก่สังคม (ขั้นที่ 5)
ขั้นที่ 5 เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ การนำองค์ความรู้ที่ได้ไปบริการสังคม ซึ่งเป็นการสร้างประโยชน์และคุณค่าทางความรู้แก่สังคม และสิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับคือทักษะ Self Directed Learning การศึกษาแบบการนำตนเอง ที่ก่อให้เกิดคุณลักษณะของการเรียนรู้ที่ดี การรู้วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง การคิดวางแผนอย่างเป็นระบบ การพยายามค้นคว้าหาวิธีการใหม่ที่จะช่วยในการเรียนรู้ เป็นต้น
กิจกรรมในรายวิชา IS เป็นทักษะพื้นฐานที่ฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการศึกษาค้นคว้า การตั้งสมมติฐานและการนำเสนอ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น วิชาค้นคว้าอิสระ คือ วิชาสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ในอนาคต
ที่มา: อาทิตยา ไสยพร. "เปลี่ยนทัศนคติต่อวิชา IS ให้การศึกษาค้นคว้าเป็นเรื่องสนุก" https://educathai.com/knowledge/articles/699
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น