การเขียนรายงานวิจัยบทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ความหมายของเอกสารที่เกี่ยวข้อง มีผู้ให้ความหมายของเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้
ดังนี้
ไพศาล วรคำ (2559)
ได้ให้ความหมายของการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หมายถึง การศึกษาค้นคว้า
รวบรวม ประมวลและสังเคราะห์ผลงานทางวิชาการ เช่น ผลงานวิจัยบทความ
เอกสารทางวิชาการและตำราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือประเด็นที่ทำการวิจัย
เพื่อนำหลักฐานต่าง ๆ
ที่สืบค้นได้นั้นมาประมวลให้เห็นการสั่งสมองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะช่วยให้กำหนดกรอบการวิจัย คำถามการวิจัย ตัวแปร สมมติฐานการวิจัย
ตลอดจนแนวทางการดำเนินการวิจัย และอภิปรายผลได้อย่างสมเหตุสมผล
ความสำคัญของเอกสารที่เกี่ยวข้อง
มีผู้ที่กล่าวถึงความสำคัญของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้
พิษณุ
ฟองศรี (2551) ได้สรุปจุดมุ่งหมายการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้
5 ประการ ซึ่งในที่นี้เห็นว่าควรเพิ่มเติมอีก 5 ประการ รวมเป็น 10 ประการ ดังนี้
1.
หลีกเลี่ยงการทำซ้ำกับผู้ที่เคยวิจัยไว้ก่อน
2. ทราบแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งตัวแปรต่างๆ ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดกรอบแนวคิด
3. ตั้งสมมุติฐานได้อย่างมีเหตุผล
โดยอาศัยข้อมูลจากผลงานวิจัยและเอกสารที่ค้นคว้า
4. ทราบถึงวิธีการต่าง
ๆ เช่น กลุ่มประชากรและการสุ่ม หรือเลือกตัวอย่าง การวัดค่าตัวแปร
เทคนิคการวิเคราะห์ และสถิติที่ใช้
5. ช่วยในการแปลความหมาย
และสรุปผลการวิจัย
6. ทราบถึงปัญหาอุปสรรคของการวิจัยที่ผ่านมา
และเตรียมหาแนวทางแก้ไข
7. ทราบว่ามีข้อมูลอยู่ที่ใดและไม่มีข้อมูลใดบ้าง
8. เพิ่มความรู้และช่องทางที่จะเพิ่มความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นเรื่อย
ๆ จากเอกสารหรือแหล่งอ้างอิงของเรื่องที่ค้นคว้า
9. ประหยัดเวลา
แรงงาน งบประมาณ เพราะการค้นคว้าอย่างครอบคลุมช่วยในการวางแผนได้รัดกุม
10.
ช่วยให้งานวิจัยมีคุณค่าน่าเชื่อถือ
ถ้ามีการค้นคว้าอย่างครอบคลุม และทบทวนอย่างรอบคอบ
จุดมุ่งหมายการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
ค้นหาอุปกรณ์การคิดเพื่อเลือกปัญหา
2.
สร้างความชัดเจนและกระจ่างในปัญหาการวิจัย
3.
เป็นแนวทางในการตอบคำถามการวิจัย
4.
หลีกเลี่ยงการทำวิจัยซ้ำโดยไม่จำเป็น
5.
เป็นแนวทางในการวางแผนและออกแบบการวิจัย
สรุปได้ว่าจุดมุ่งหมายในการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดวางแผนกรอบงานวิจัยของตนเอง
โดยมุ่งศึกษาส่วนที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์งานวิจัยของตนเอง
แหล่งของเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
เอกสารตำรา (Text book)
-
สารานุกรม (Encyclopedia)
-
พจนานุกรม (Dictionary)
-
รายงานการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษารายงานการทบทวน
(Reviews)
2.
หน่วยงานต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
3.
แหล่งรวบรวมแบบวัดมาตรฐาน
4.
ปริญญานิพนธ์
5.
การสืบค้นโดยคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการสืบค้นและการคัดเลือกเอกสารแลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการสืบค้นเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
การกำหนดคำสำคัญหรือค้นคว้า
2.
การค้นหาเอกสาร
3.
การสืบค้นเอกสารและการคัดเลือก
4.
ขั้นการอ่านเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์ และจดบันทึก
การคัดเลือกงานวิจัย
มีหลักเกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้
1. พิจารณาชื่อเรื่อง
2.
พิจารณาจากบทคัดย่อ
3.
พิจารณาความน่าเชื่อถือ
4.
พิจารณาอายุของงานวิจัย
การอ่านเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
การอ่านเก็บความคิดสำคัญ
1.1
พิจารณาจากชื่อเรื่อง
ว่าเอกสารนั้นมีสาระเกี่ยวกับเรื่องอะไร
1.2
ดูโครงร่างจากการศึกษาสารบัญหรือหัวข้อของเอกสาร
1.3
พิจารณาความคิดสำคัญในตอนต้นหรือตอนท้ายของย่อหน้าจากประโยคสำคัญที่อยู่ในเนื้อหาของแต่ละย่อหน้านั้น
1.4
ศึกษาจากคำที่เป็นเครื่องชี้ความคิดสำคัญ
2.
การอ่านเก็บรายละเอียด
ในแต่ละย่อหน้าของเอกสาร
โดยทั่วไปเมื่อมีประโยคสำคัญแล้วจะมีรายละเอียดขยายหรือสนับสนุนประโยคนั้นซึ่งอาจอยู่ในรูปของการยกตัวอย่าง
ขั้นตอน ลักษณะที่เป็นเหตุและผล
หรือการ บรรยาย ลักษณะ
การศึกษาค้นคว้าทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
หมายถึง ตำรา หนังสือ เอกสารอ้างอิง รายงานทางวิชาการ วารสาร นิตยสาร ฯลฯ
ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกับโครงการ
ในสถานปัจจุบันแหล่งที่ดีที่สุดน่าจะมาจากเครือข่ายสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) แต่อาจยังต้องอาศัยแหล่งสารสนเทศอื่น เช่น ห้องสมุด
แหล่งสารสนเทศเฉพาะทาง และผู้เชี่ยวชาญที่มีจุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้าเอกสาร มีดังนี้
1.
ความหมาย ทฤษฏี ของเรื่องที่จะศึกษา
2.
ประเภท ลักษณะ องค์ประกอบ ฯลฯ
3.
สารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะศึกษา
หลักเกณฑ์ในการเลือกเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับการศึกษาค้นคว้า
มีดังนี้
1.
มีความทันสมัย
เหมาะที่จะใช้อ้างอิง
2.
เป็นเครื่องมือที่จะชี้นำในการศึกษาข้อมูล
3.
มีหนังสืออ้างอิงพอที่จะแนะแนวทางในการศึกษาข้อมูล
4.
ได้เสนอแนวคิดอันเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำโครงการ
5.
พิจารณาคัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์
การเสาะค้นงานวิจัย
แหล่งปฐมภูมิ (primary
sources) ได้แก่ รายงานการวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่เป็นเล่ม
และพิมพ์เผยแพร่ในวารสารต่างๆวิทยานิพนธ์
แหล่งทุติยภูมิ (Secondary
sources) เป็นข้อมูลผลการวิจัยที่ผู้วิจัยเก็บรวบรวมจากรายงานสรุป
และในวารสารต่างๆ
วิธีการอ่านเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
การอ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเมื่อผู้วิจัยได้คัดเลือกหนังสือตำราหรือวารสารที่เกี่ยวข้องข้องกับปัญหาการวิจัยได้แล้ว
เพื่อให้การศึกษาเอกสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1.1
ศึกษาหัวเรื่องจากสารบัญว่ามีหัวเรื่องใดบ้าง
1.2
ศึกษารายละเอียดของเรื่องที่ตรงประเด็นที่สนใจ
1.3
ถ้ามีข้อสงสัยบางตอน
เกี่ยวกับวิธีการ หรือขั้นตอนใน ส่วนที่ศึกษาควรทำความเข้าใจให้เรียบร้อย
1.4
มีการจดบันทึกสาระสำคัญที่น่าสนใจพร้อมทั้งบันทึกความเห็นเกี่ยวกับการนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปใช้
1.5
ควรบันทึกชื่อผู้แต่ง
ชื่อหนังสือ โรงพิมพ์ จังหวัดและปีที่พิมพ์ เอกสารเล่มนั้นไว้อ้างอิงด้วย
2.
ศึกษารูปแบบของรายงานการวิจัย
รายงานการวิจัยทั่วๆไป มีส่วนประกอบใหญ่ๆ 3 ส่วน คือ ส่วนประกอบของรายงานตอนแรก
ส่วนของตัวรายงาน และส่วนอ้างอิง ดังนี้
2.1
ส่วนประกอบของรายงานตอนแรก
สิ่งที่ต้องศึกษาได้แก่ ปกนอก ปกรองประกาศคุณูปการ หรือ กิตติกรรมประกาศสารบัญและบทคัดย่อ
2.2
ส่วนเนื้อหามีส่วนประกอบดังนี้
บทที่
1 บทนำ
บทที่
2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทที่
3 วิธีการการดำเนินงานวิจัย
บทที่
4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
บทที่
5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
2.3 ส่วนอ้างอิง
-
บรรณานุกรม
-
ภาคผนวก
-
ประวัติผู้วิจัย
หลักการเขียนรายงานการศึกษาวิจัย
หลักการเขียนรายงานการศึกษาวิจัย
คือ
การกำหนดขอบเขตการศึกษาที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมที่สร้าง/พัฒนาเป็นการศึกษาความสำคัญ
และที่มาของปัญหาการวิจัยแบบกว้าง ๆ ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเขียนส่วนต่างๆ
ของการวิจัยได้ โดยกำหนดหัวข้อใหญ่
หัวข้อรอง และหัวข้อย่อยของเนื้อหาสาระที่จะศึกษาก่อน (ชื่อเรื่อง) (จุดมุ่งหมายของการวิจัย)
เป็นหลักในการนำเสนอเนื้อหาและเป็นทิศทางในการอภิปรายของงานวิจัยต่าง ๆ
ที่รวบรวมไว้
การสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการสังเคราะห์งานวิจัยด้วยประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ
ดังนี้
1.
การกำหนดหัวข้อเรื่อง
2.
การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
3.
การดำเนินการสังเคราะห์งานวิจัย
การจัดลำดับและการจัดวางหัวข้อ
ความสัมพันธ์ของวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่ศึกษาค้นคว้า
ตัวแปรที่ศึกษาค้นคว้า (ตัวแปรตาม) วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ตัวแปรตามกำหนดเอาไว้ 3
ส่วน ได้แก่
1.
ส่วนปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ด้านการตรวจสอบวัตถุดิบ ด้านวิธีการจูงใจการควบคุมและ ตรวจสอบคุณภาพ
2.
ส่วนกระบวนการผลิต
ด้านการวางแผนการควบคุมการ ตรวจสอบคุณภาพ
ด้านการควบคุมและตรวจสอบ คุณภาพการผลิต
3.
ส่วนผลผลิต
ด้านการจัดเก็บชิ้นส่วนยานยนต์
ด้านการจัดสิ่งชินส่วนยานยนต์ การควบคุมและการตรวจสอบคุณภาพ
การเขียนอ้างอิง
การเขียนอ้างอิง คือการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาอ้าง
คือ อัญพจน์ การอ้างอิงจึงเป็นสิ่งที่ควบคู่กับอัญพจน์เสมอ
การอ้างอิงถือเป็นส่วนประกอบอันสำคัญ ยิ่งข้อมูลที่ต้องระบุในการอ้างอิงแทรกเนื้อหา
การอ้างอิงแทรกเนื้อหา เป็นการวงเล็บระบุแหล่งที่มาของอัญพจน์อย่างกว้าง ๆ
แทรกอยู่ในเนื้อหาของสารนิพจน์ ส่วนรายละเอียดที่สมบูรณ์ของแหล่งข้อมูลจะแสดงใน “ บรรณานุกรม”
ในส่วนท้ายของสารนิพนธ์
ประโยชน์ของเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยโครงการที่สอดคล้องกับเรื่องที่ผู้วิจัยกำลังดำเนินการ
เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
มีประโยชน์ดังนี้
1.
เพื่อเลือกปัญหาการวิจัยที่มีประโยชน์และมีความทันสมัยทางวิชาการ
2.
เพื่อแสวงหาพื้นฐานทางทฤษฎีของการวิจัย
3.
เพื่อประเมินเบื้องต้นถึงความสำเร็จของการดำเนินโครงการงานวิจัยและเรียนรู้สิ่งที่ทำให้โครงการงานวิจัยอื่นล้มเหลว
4.
เพื่อวางแผนดำเนินการวิจัยที่เหมาะสม
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ทฤษฎีหรือหลักการที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่จะทำ
ผู้วิจัยจะต้องค้นคว้าให้ได้มากพอสมควร
เพื่อไม่ให้การวิจัยไปซ้ำซ้อนกับงานวิจัยของคนอื่น หรือช่วยให้การทำวิจัย
มีความคมชัด ถูกทิศทางมากยิ่งขึ้น (คล้ายคนเราจะทำอะไร ก็มีการสำรวจทำเล
หรือตรวจสอบ ความจริงบางอย่าง เพื่อป้องกันความบกพร่อง
หรือความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น)
การเขียนเอกสารอ้างอิงและเอกสารที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1.
ลำดับเหตุการณ์ก่อน หลัง
ถ้าเป็นเรื่องของสถานศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนต้องกล่าวถึงหลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเสมอ
(ส่วน พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องมีมาก่อนหลักสูตรไม่ต้องกล่าวถึงก็ได้)
2.
ความทันสมัยของเอกสาร
ไม่ควรเป็นเอกสารที่ผลิตมานานเกินไป เว้นแต่เอกสารที่มีคุณค่ามี ชื่อเสียง
และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป
3.
ในหัวข้อนี้ต้องอ้างอิงข้อความที่นำมาใช้ให้ถูกหลักเหตุและผล
(เช่น อ้างหลายหน้าแต่เอามาน้อยหน้าจะเหมือนสรุปมาก็ได้
แต่อ้างจำนวนน้อยหน้าเมื่อเอามาจริงมากหน้ากว่าที่อ้างเท่ากับเขียนงานโกหก)
4.
การอ้างอิงเอกสารตำราต้องอ้างอิงชื่อผู้แต่ง
หรือสถาบันแห่งนั้น ไม่ใช้อ้างชื่อ อิงเอกสาร ตำรา หากนำข้อความจากงานวิจัยของคนอื่น
ก็ไม่ใช้อ้างอิงชื่อผู้วิจัย ต้องอ้างอิงเจ้าของ
ข้อความจึงต้องอ้างอิงต่อให้ถึงผู้เป็นเจ้าของเอกสาร ตำรา
(ผลงานของผู้วิจัยอยู่เฉพาะในบทที่ 4 คือรายงานวิจัยเท่านั้น)
(สมนึก ภัททิยธนี. 2557)
เอกสารอ้างอิง
นาถศจี
สงค์อินทร์. (2560). การพัฒนาหนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big &
Small book เพื่อ
ส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยตามแนวทาง
Brain-based
learning. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://libdoc.dpu.ac.th/thesis/161880.pdf. สืบค้นเมื่อ
24 พฤศจิกายน 2563.
พิษณุ ฟองศรี. (2551). ความสำคัญของเอกสารที่เกี่ยวข้อง.
(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก:
http://www.eledu.ssru.ac.th/kannika. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563.
ไพศาล
วรคำ. (2559). ความหมายของเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก:
http://www.eledu.ssru.ac.th/kannika. สืบค้นวันที่ 3 ธันวาคม 2563.
ประสน
จุมพรม. (2550). ทักษะทางการวาดภาพของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวาดภาพ
อิสระ. (ออนไลน์)
เข้าถึงได้จาก: http://thesis.swu.ac.th/Ear_Chi/Prason_J.pdf?fbclid.
สืบค้นเมื่อ
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563.
วีรวัลย์
ศิรินาม. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด
เทศบาลตำบลบ้านกลาง
อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่.
หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
สมนึก
ภัททิยธานี. (2557). หลักการเขียนรายงานวิจัย 5
บท. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น